เศรษฐกิจไทยดิ่งลงฮวบอยู่อันดับที่ 40 ของโลก

ในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยตอนนี้เห็นได้ว่าซบเซามาก สาเหตุส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการลงทุนที่ผิดระบบ การบริหารของรัฐบาลที่ผิดพลาดจึงทำให้อันดับเศรษฐกิจของประเทศไทยดิ่งอันดับตกลงมาจากอันดับที่ 28 มาอยู่ที่อันดับ 40 ของโลก ถือ

ว่าเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เหล่านักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้คาดการณ์ว่าต้องระวังปลายปีนี้ให้ดีเพราะเศรษฐกิจอาจจะแย่มากกว่าเดิมซึ่งรวมไปถึงต้นปีหน้าด้วยถ้าหากว่ารัฐบาลยังไม่มีการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ทางด้านต่างประเทศ หรือ นักธุรกิจทั้งหลายแนะนำว่าควรทำการเลือกตั้งแต่ให้ดึงความเชื่อมั่นของประเทศกลับคืนมา

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาพูดถึงอันดับเศรษฐกิจว่าดีขึ้นมา 2 อันดับจากอันดับที่ 40 ขึ้นมาอยู่ที่ลำดับที่ 38 ซึ่งถ้าหากคนที่ไม่รู้อาจจะคิดว่าดีขึ้นแล้วแต่ความจริงถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าภูมิใจเท่าไหร่เพราะความจริงก่อน

ที่จะอยู่อันดับ 40 เมื่อปีพ.ศ.2551 ประเทศไทยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจดีและอยู่ในอันดับ 28 ของโลก และค่อยๆ ดิ่งลงมาอันดับที่ 40 ในปี พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นสมัยที่พลเอกประยุทธ์ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี  จึงพูดได้ว่าการที่อันดับเลื่อนขึ้นมาจาก 40 มาเป็น 38 นั้นถือว่ายังไม่ดีพอเพราะยังห่างจากอันดับเมื่อปี 2551 มากถึง 10 อันดับ สาเหตุส่วนหนึ่งทางต่างประเทศให้ข้อมูลว่ามาจากการที่คณะรัฐบาลชุดนี้ทำรัฐประหารขาดความเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงจากเดิมถึง 80% ทำให้เงินเข้าประเทศน้อยมาก

ทางเศรษฐกิจโลกได้

แนะนำแนวทางแก้ไขว่าทุกฝ่ายงานควรช่วยหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และรัฐบาลควรฟัง และเคารพเสียงของประชาชน ส่วนประชาชนที่หาทางปั่นป่วนให้หยุดการกระนั้นทำเสีย เพราะถ้าหากการทำรัฐประหารเกิดขึ้นอีกประเทศไทยจะเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งมีนักวิชาการคนหนึ่งได้ทำการประเมินขึ้นมาว่าในการที่รัฐบาลทำการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ.2549 นั้นประเทศไทยเสียหายถึง 10.97 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว และในปีหน้าที่ทางองค์การธนาคารโลกแจ้งว่าประเทศไทยอาจจะมีโอกาศเศรษฐกิจตกต่ำลงอีกในปีหน้าเพราะในการลงทุนจากต่างประเทศนั้นประเทศไทยได้เสียโอกาศมาถึง 4 ปี รวมทั้งเศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำลงแถมการค้าของสหรัฐก็กำลังมีปัญหากับจีน จึงมีผลกระทบทำให้เศรษฐกิจของไทยยิ่งแย่ลงไปอีก ดังนั้นหลายประเทศจึงมีความคิดเห็นว่าประเทศไทยควรที่จะทำการเลือกตั้งเพื่อดึงความมั่นใจของต่างประเทศกลับคืนมา รวมถึงต้องมีการโปรโมตเรื่องท่องเที่ยวของประเทศเพื่อให้เงินเข้าไปเทศได้เหมือนเดิม